หุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2026 หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ นักลงทุนยังประเมินการฟื้นตัวของหุ้นชิปและรอผลประกอบการรายไตรมาสจาก Microsoft และ Alphabet
ประเด็นสำคัญ
- ดัชนี Dow, S&P 500 และ Nasdaq Composite ต่างปรับตัวขึ้นเมื่อปิดตลาดวันพุธ
- เฟดคงกรอบอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายไว้ที่ 3.75% ถึง 4% โดยผู้กำหนดนโยบายสองรายสนับสนุนให้ปรับขึ้น
- หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาแผนการใช้จ่ายของบริษัทเทคโนโลยี
หุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดสูงขึ้น
ดัชนี Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 126.21 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite ต่างปรับขึ้นมากกว่า 0.3% การปรับขึ้นเกิดขึ้นหลังการตัดสินใจของเฟด แต่การเคลื่อนไหวของตลาดเพียงอย่างเดียวไม่อาจยืนยันสาเหตุได้
หุ้น Micron Technology ปรับขึ้น และดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ปรับขึ้นเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน การปรับขึ้นเกิดขึ้นหลังการเทขายหุ้นเมื่อไม่นานมานี้ และกำไรรายไตรมาสของ SK Hynix ผู้ผลิตชิปจากเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นมากกว่าเจ็ดเท่า
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ดัชนี Dow Jones Industrial Average | ปิดที่ 52,503.78 เพิ่มขึ้น 126.21 จุด หรือ 0.24% |
| ดัชนี S&P 500 | ปิดที่ 7,748.03 เพิ่มขึ้น 0.33% |
| ดัชนี Nasdaq Composite | ปิดที่ 26,561.24 เพิ่มขึ้น 0.32% |
เฟดคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ผู้ค้าประเมินแนวโน้มเดือนธันวาคม
ใน แถลงการณ์นโยบายเดือนตุลาคมธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยผ่านด้วยคะแนน 10–2 โดย Lisa D. Cook และ Beth M. Hammack ต้องการให้ปรับขึ้น 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์
CME FedWatch แสดงความน่าจะเป็น 87.4% ที่จะมีการปรับขึ้น 25 จุดเบสในเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นจาก 78.3% เมื่อวันอังคาร ความน่าจะเป็นที่สะท้อนจากตลาดอาจเปลี่ยนแปลงได้ และไม่ได้รับประกันการตัดสินใจด้านนโยบาย
จับตาผลประกอบการบริษัท
Microsoft และ Alphabet มีกำหนดรายงานผลประกอบการรายไตรมาสหลังตลาดปิด จากบริษัทในดัชนี S&P 500 จำนวน 200 แห่งที่รายงานผลแล้ว 84% มีผลประกอบการสูงกว่าประมาณการเฉลี่ยของตลาด ตามข้อมูลจาก LSEG นักวิเคราะห์ประเมินว่ากำไรรวมไตรมาส 3 จะเติบโต 31.8%
หุ้น Vertiv พุ่งขึ้นหลังบริษัทปรับเพิ่มประมาณการกำไรและรายได้ตลอดทั้งปี Robinhood ปรับลดลงเนื่องจากความอ่อนแอของคริปโทเคอร์เรนซีส่งผลกระทบต่อกำไรรายไตรมาส ขณะที่ Boston Scientific ร่วงลงหลังปรับลดประมาณการกำไรรายปี
หมุดหมายถัดไป
นักลงทุนยังรอรายงานการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันพฤหัสบดี และตัวเลขประมาณการล่วงหน้าของ GDP ไตรมาส 3
อ่านข่าวเพิ่มเติม
ข้อจำกัดความรับผิด
บทความนี้จาก FinanceVelix ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษีที่จัดทำขึ้นเฉพาะบุคคล ราคาตลาด อัตราดอกเบี้ย และภาวะเศรษฐกิจอาจเปลี่ยนแปลงได้ การลงทุนมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน ข้อเท็จจริงสะท้อนข้อมูลที่มีอยู่ในขณะที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลสำคัญด้วยตนเองและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเมื่อจำเป็น การกล่าวถึงสินทรัพย์ บริษัท หรือบริการใดไม่ได้หมายถึงการรับรอง





ความคิดเห็น
เคารพผู้อื่น ห้ามสแปม แอบอ้างตัวตน หรือเผยแพร่ข้อมูลรับรองการเข้าถึงส่วนตัว โพสต์และความคิดเห็นทั่วไปจะแสดงทันที ส่วนลิงก์ที่น่าสงสัยจะถูกพักไว้เพื่อตรวจสอบ
กรุณารอสักครู่...