Cleveland-Cliffs ประกาศเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมว่า EBITDA ของ Cliffs คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 715 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 ปี 2026 เนื่องจากราคาเหล็กที่สูงขึ้นช่วยสนับสนุนการปรับปรุงผลกำไรเพิ่มเติม ตัวเลขคาดการณ์นี้สูงกว่า EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วในไตรมาส 3 ซึ่งอยู่ที่ 612 ล้านดอลลาร์ อยู่ 103 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าคาดว่าปัจจัยอ่อนแอตามฤดูกาลและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจะหักล้างประโยชน์จากราคาที่สูงขึ้นไปบางส่วน
ประเด็นสำคัญ
- ราคาขายเหล็กเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 53 ดอลลาร์จากไตรมาสก่อนหน้า เป็น 1,177 ดอลลาร์ต่อตันสุทธิในไตรมาส 3
- แนวทางคาดการณ์ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับไตรมาส 4 สื่อถึงการเพิ่มขึ้นประมาณ 17% จากไตรมาส 3
- ฝ่ายบริหารคาดว่า EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วในปี 2027 จะสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ โดยอิงจากสัญญาและการคาดการณ์ราคาที่เป็นอยู่
สารบัญ
- แนวโน้ม EBITDA ของ Cliffs สะท้อนการชั่งน้ำหนักระหว่างราคาที่สูงขึ้นกับต้นทุน
- กลับมามีกำไรรายไตรมาส ขณะที่กำไรที่ปรับปรุงแล้วดีขึ้น
- สัญญาหนุนความคาดหวังปี 2027 และแผนจัดการหนี้
- บทสรุป
แนวโน้ม EBITDA ของ Cliffs สะท้อนการชั่งน้ำหนักระหว่างราคาที่สูงขึ้นกับต้นทุน
ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ของ Cleveland-Cliffs ระบุว่าการปรับตัวดีขึ้นที่คาดไว้ในไตรมาส 4 มีสาเหตุจากการปรับขึ้นราคา ฝ่ายบริหารระบุว่าปัจจัยตามฤดูกาล การหยุดซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนปัจจัยการผลิต และการตั้งสำรองค่าตอบแทนจูงใจ จะหักล้างประโยชน์ดังกล่าวบางส่วน
ราคาขายสุทธิเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์เหล็กอยู่ที่ 1,177 ดอลลาร์ต่อตันสุทธิในไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน เทียบกับ 1,124 ดอลลาร์ในไตรมาส 2 Lourenco Goncalves ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวว่า ราคาขาย ปริมาณการขาย และต้นทุนต่อหน่วยต่างปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ดังนั้น แนวทางคาดการณ์จึงประเมินว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่อง แม้มีอุปสรรคในการดำเนินงาน ตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์ของฝ่ายบริหาร ไม่ใช่ผลประกอบการรายไตรมาสที่เกิดขึ้นแล้ว
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| รายได้รวมไตรมาส 3 | 5.612 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับ 5.226 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ปี 2026 |
| ปริมาณขายผลิตภัณฑ์เหล็กไตรมาส 3 | 4.150 ล้านตันสุทธิ เทียบกับ 4.025 ล้านตันสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2026 |
| กำไรต่อหุ้นปรับลดไตรมาส 3 | 0.26 ดอลลาร์ตามหลัก GAAP และ 0.28 ดอลลาร์เมื่อปรับปรุงแล้ว |
| สภาพคล่อง ณ สิ้นไตรมาส | 3.2 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 30 กันยายน 2026 |
กลับมามีกำไรรายไตรมาส ขณะที่กำไรที่ปรับปรุงแล้วดีขึ้น
EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 326 ล้านดอลลาร์จาก 286 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 และสูงกว่าแนวทางคาดการณ์ก่อนหน้าของฝ่ายบริหารที่ 575 ล้านดอลลาร์อยู่ 37 ล้านดอลลาร์
กำไรสุทธิตามหลัก GAAP รวมอยู่ที่ 165 ล้านดอลลาร์ พลิกจากขาดทุน 134 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ในกำไรไตรมาส 3 ดังกล่าว มี 152 ล้านดอลลาร์เป็นส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น Cleveland-Cliffs ส่วนที่เหลือเป็นของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม
การกลับมามีกำไรรายไตรมาสไม่ได้ลบล้างผลขาดทุนก่อนหน้านี้ ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2026 บริษัทบันทึกผลขาดทุนสุทธิรวม 198 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วยังแตกต่างจากกำไรสุทธิตามหลัก GAAP และไม่ควรตีความว่าเป็นตัวชี้วัดกำไรที่เทียบเท่ากัน
สัญญาหนุนความคาดหวังปี 2027 และแผนจัดการหนี้
ฝ่ายบริหารคาดว่า EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วจะสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2027 โดยอิงจากการเปลี่ยนแปลงของสัญญาและการคาดการณ์ราคาที่เป็นอยู่ Goncalves กล่าวว่าสัญญาลูกค้าที่ลงนามใหม่มีส่วนช่วยให้แนวโน้มแข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการดำเนินงานในอนาคต
การลดหนี้เป็นอีกหนึ่งลำดับความสำคัญในระยะใกล้ Goncalves กล่าวว่า บริษัทคาดว่าจะชำระคืนหนี้จำนวนมากในไตรมาส 4 โดยได้รับการสนับสนุนจากกระแสเงินสดอิสระที่คาดการณ์ไว้และเงินที่ได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
ฝ่ายบริหารยังคงเป้าหมายให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ต่ำกว่า 2.5 เท่าภายในกลางปี 2027 เป้าหมายนี้ยังไม่ใช่ระดับหนี้ที่บรรลุแล้ว
บทสรุป
เกณฑ์วัดผลการดำเนินงานถัดไปคือการคาดการณ์ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วในไตรมาส 4 ที่ประมาณ 715 ล้านดอลลาร์ ควบคู่กับแผนลดหนี้ของฝ่ายบริหาร ผลลัพธ์เหล่านี้จะเป็นบททดสอบว่าราคาที่แข็งแกร่งขึ้นจะชดเชยแรงกดดันตามฤดูกาลและต้นทุนได้หรือไม่
อ่านข่าวเพิ่มเติม
ข้อสงวนสิทธิ์
บทความนี้จาก FinanceVelix ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษีที่ปรับให้เหมาะกับบุคคล ราคาตลาด อัตราดอกเบี้ย และภาวะเศรษฐกิจอาจเปลี่ยนแปลงได้ การลงทุนมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน ข้อเท็จจริงสะท้อนข้อมูลที่มีอยู่ ณ เวลาที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลสำคัญด้วยตนเอง และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเมื่อจำเป็น การกล่าวถึงสินทรัพย์ บริษัท หรือบริการใดไม่ได้ถือเป็นการรับรอง




