คณะกรรมาธิการยุโรปอนุมัติด้านการต่อต้านการผูกขาดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 สำหรับการขาย AES ให้แก่กลุ่มบริษัทที่นำโดย Global Infrastructure Partners และ EQT Infrastructure การอนุมัตินี้ช่วยให้ข้อเสนอซื้อกิจการด้วยเงินสดที่ราคา 15 ดอลลาร์ต่อหุ้นมีความคืบหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่าการเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้นแล้ว

ประเด็นสำคัญ

  • หน่วยงานกำกับดูแลของ EU พบว่าธุรกิจของทั้งสองฝ่ายมีส่วนทับซ้อนกันในตลาดอย่างจำกัด และสรุปว่าธุรกรรมนี้จะไม่ส่งผลเสียต่อการแข่งขัน
  • ข้อตกลงประเมินมูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้น AES ไว้ที่ 10.7 พันล้านดอลลาร์ และประเมินมูลค่ากิจการรวมทั้งหนี้สินไว้ที่ประมาณ 33.4 พันล้านดอลลาร์
  • เดิม AES ตั้งเป้าปิดธุรกรรมในช่วงปลายปี 2026 หรือต้นปี 2027 โดยขึ้นอยู่กับการอนุมัติและเงื่อนไขอื่น ๆ ในการปิดธุรกรรม

สารบัญ

การขาย AES ผ่านอุปสรรคด้านกฎระเบียบอีกขั้น

การตัดสินใจของคณะกรรมาธิการยุโรปเกิดขึ้นหลังจากได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้จากคณะกรรมการกำกับกิจการสาธารณูปโภคแห่งรัฐโอไฮโอ และคณะกรรมการว่าด้วยการลงทุนจากต่างประเทศในสหรัฐอเมริกา การประเมินด้านการแข่งขันของ EU ระบุว่าธุรกิจของทั้งสองฝ่ายมีส่วนทับซ้อนกันอย่างจำกัด

การอนุมัตินี้ช่วยขจัดอุปสรรคด้านกฎระเบียบอีกข้อหนึ่งสำหรับการเข้าซื้อกิจการซึ่งตกลงกันในเดือนมีนาคม 2026 แต่เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งไปสู่การปิดธุรกรรม ไม่ใช่การยืนยันว่าเงื่อนไขการปิดธุรกรรมทั้งหมดได้รับการปฏิบัติครบถ้วนแล้ว

รายการรายละเอียด
สิ่งตอบแทนเป็นเงินสด15.00 ดอลลาร์ต่อหุ้น AES
มูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้น10.7 พันล้านดอลลาร์
มูลค่ากิจการประมาณ 33.4 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงหนี้สินเดิม
กำหนดปิดธุรกรรมเดิมช่วงปลายปี 2026 หรือต้นปี 2027 โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการปิดธุรกรรม

ผู้ถือหุ้นจะได้รับอะไรบ้าง

ประกาศธุรกรรมเมื่อวันที่ 2 มีนาคมของ AES ระบุข้อตกลงของกลุ่มบริษัทที่จะเข้าซื้อกิจการด้วยเงินสด Global Infrastructure Partners เป็นส่วนหนึ่งของ BlackRock ขณะที่ EQT เข้าร่วมผ่านกองทุน Infrastructure VI โดยมี CalPERS และ Qatar Investment Authority เป็นผู้รับประกันการจัดหาเงินทุนร่วม

มูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นคือจำนวนเงินที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้น ส่วนมูลค่ากิจการที่สูงกว่านั้นยังรวมถึงหนี้สินเดิมด้วย กลุ่มบริษัทระบุว่าจะใช้เงินทุนทั้งหมดจากส่วนของผู้ถือหุ้นเพื่อชำระราคาซื้อหุ้น และจะรับภาระหนี้สินเดิมของ AES

เมื่อธุรกรรมเสร็จสิ้น AES จะกลายเป็นบริษัทเอกชน และหุ้นสามัญของบริษัทจะหยุดซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ประกาศเมื่อเดือนมีนาคมระบุว่าคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลตามปกติต่อไปจนกว่าจะปิดธุรกรรม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการอนุมัติของคณะกรรมการ

ความต้องการเงินทุนเป็นปัจจัยสำคัญของธุรกรรม

AES ระบุว่าการเข้าซื้อกิจการจะช่วยให้บริษัทเข้าถึงเงินทุนเพื่อการลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าและสาธารณูปโภคที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลได้ดีขึ้น Jay Morse ประธานบริษัทกล่าวว่า บริษัทมีความต้องการเงินทุนจำนวนมากเพื่อสนับสนุนการเติบโตหลังปี 2027 และหากไม่มีธุรกรรมนี้ บริษัทน่าจะต้องลดหรืองดจ่ายเงินปันผล และ/หรือออกหุ้นใหม่ในปริมาณมาก

ข้อความดังกล่าวเป็นการประเมินของฝ่ายบริหารเกี่ยวกับทางเลือกในการจัดหาเงินทุนของบริษัทในฐานะกิจการอิสระ ไม่ใช่การประกาศลดเงินปันผลหรือแผนออกหุ้น AES ระบุว่าสาธารณูปโภคในรัฐอินเดียนาและโอไฮโอจะยังคงดำเนินงานและบริหารจัดการในท้องถิ่น และคาดว่าการเข้าซื้อกิจการจะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราค่าบริการของลูกค้าภายใต้การกำกับดูแล

สรุป

ขั้นตอนสำคัญถัดไปคือการยืนยันว่าเงื่อนไขการปิดธุรกรรมที่เหลือได้รับการปฏิบัติครบถ้วนแล้ว และสามารถดำเนินการเข้าซื้อกิจการให้เสร็จสิ้นได้ การอนุมัติจาก EU ช่วยให้กระบวนการดังกล่าวมีความคืบหน้า โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงสิ่งตอบแทนเป็นเงินสดที่ประกาศไว้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ข่าวเพิ่มเติมจาก FinanceVelix

ข้อจำกัดความรับผิด

บทความนี้จาก FinanceVelix ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษีที่จัดทำขึ้นเฉพาะบุคคล ราคาตลาด อัตราดอกเบี้ย และภาวะเศรษฐกิจอาจเปลี่ยนแปลงได้ การลงทุนมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน ข้อเท็จจริงสะท้อนข้อมูลที่มีอยู่ ณ เวลาที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลสำคัญด้วยตนเอง และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเมื่อจำเป็น การกล่าวถึงสินทรัพย์ บริษัท หรือบริการใด ๆ ไม่ถือเป็นการรับรอง