กำไรของ Geely เติบโตเร็วกว่ารายได้ในครึ่งแรกของปี 2026 ซึ่งเป็นภาพที่สวนทางกับแรงกดดันด้านราคาที่อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของจีนกำลังเผชิญ ณ วันที่ 16 ตุลาคม การแข่งขันยังคงเป็นความท้าทายสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ แต่ผลประกอบการล่าสุดที่ Geely รายงาน ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม แสดงให้เห็นว่ากำไรหลักเพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว แทนที่จะเป็นความสามารถในการทำกำไรที่ลดลง

ประเด็นสำคัญ

  • กำไรหลักครึ่งปีแรกที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 46% สูงกว่าการเติบโตของรายได้ที่ 15%
  • Geely ปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งออกรถยนต์ปี 2026 เป็น 920,000 คัน หลังยอดขายในต่างประเทศช่วงครึ่งปีแรกแข็งแกร่ง
  • เงินปันผลและตัวชี้วัดมูลค่าหุ้น ณ เดือนตุลาคมเป็นภาพตลาด ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่การประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งใหม่หรือการรับประกันผลตอบแทน

สารบัญ

กำไรของ Geely สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นในครึ่งปีแรก

ประกาศผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2026 ของ Geely รายงานรายได้ 173,600 ล้านหยวน และกำไรหลักที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 9,680 ล้านหยวน สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 17.9% ขณะที่กำไรหลักต่อคันเพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 6,806 หยวน

ตัวเลขดังกล่าวช่วยแยกผลการดำเนินงานที่ Geely รายงานออกจากภาพการแข่งขันโดยรวม การตั้งราคารถยนต์อย่างดุเดือดอาจกดดันอัตรากำไรของอุตสาหกรรม แต่ไม่ได้แสดงว่าความสามารถในการทำกำไรของ Geely เองลดลงในรอบระยะเวลารายงานนี้ นอกจากนี้ กำไรหลักยังเป็นตัวชี้วัดเฉพาะที่บริษัทเปิดเผย ซึ่งไม่ควรถือว่าใช้แทนกำไรสุทธิตามกฎหมายได้

กลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Geely ครอบคลุมแบรนด์ Geely, Lynk & Co และ Zeekr ความหลากหลายนี้ทำให้บริษัทเข้าถึงลูกค้าหลายกลุ่ม อย่างไรก็ตาม การวางตำแหน่งแบรนด์ระดับพรีเมียมและบริการดิจิทัลเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าบริษัทจะได้รับการปกป้องจากการแข่งขันด้านราคา

รายการรายละเอียด
ยอดขายรถยนต์รวมมากกว่า 1.42 ล้านคันในครึ่งแรกของปี 2026
ยอดขาย Zeekrมากกว่า 178,000 คันในครึ่งปีแรก คิดเป็นประมาณ 12.5% ของปริมาณรถยนต์ทั้งหมดของกลุ่ม
การวิจัยและพัฒนาค่าใช้จ่ายในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 9,060 ล้านหยวน
เงินทุนสำรอง69,560 ล้านหยวน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026

การขยายการส่งออกนำไปสู่การปรับเพิ่มเป้าหมายรายปี

การส่งออกในครึ่งปีแรกอยู่ที่ประมาณ 474,000 คัน เพิ่มขึ้น 158% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสูงกว่าจำนวนรถยนต์ 420,000 คันที่ส่งออกตลอดทั้งปี 2025 แล้ว ต่อมา Geely ปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งออกปี 2026 จาก 640,000 คันเป็น 920,000 คัน

เป้าหมายที่ปรับใหม่นี้ยังเป็นเป้าหมายของฝ่ายบริหาร ไม่ใช่ยอดขายที่ทำได้แล้ว การขยายธุรกิจในต่างประเทศช่วยเพิ่มฐานยอดขายของ Geely นอกเหนือจากจีน ขณะที่แผนสำหรับครึ่งปีหลังยังรวมถึงรถซีดานสปอร์ตไฟฟ้า Geely TT และรถออฟโรด Geely Zhanjian 700

ความสามารถในการรองรับเงินปันผลไม่เท่ากับความแน่นอนในการจ่ายเงินปันผล

ข้อมูลตลาด ณ วันที่ 16 ตุลาคมระบุว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของ Geely อยู่ที่ 3.23% และอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ที่ 29% อัตราการจ่ายเงินปันผลบ่งชี้ว่าเงินปันผลคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่าหนึ่งในสามของกำไรที่ใช้ในการคำนวณดังกล่าว แต่ไม่ได้ยืนยันว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลในอนาคตหรือเพิ่มเงินปันผลอย่างแน่นอน

อัตราส่วนราคาต่อกำไรย้อนหลัง 12 เดือนของ Geely อยู่ที่ 8.87 เท่า เทียบกับระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งปีที่ 8.54 เท่า การอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเกี่ยวกับช่วงการซื้อขายในอดีต ไม่ใช่หลักฐานที่ยืนยันว่าหุ้นมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ทั้งตัวคูณมูลค่าหุ้นและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลไม่อาจใช้แทนหลักฐานเกี่ยวกับกำไรและการสร้างกระแสเงินสดในอนาคตได้

บทสรุป

ผลประกอบการครึ่งแรกของ Geely แสดงให้เห็นว่าความสามารถในการทำกำไรหลักปรับตัวดีขึ้น แม้สภาพแวดล้อมด้านราคาจะท้าทาย หมุดหมายด้านการดำเนินงานที่ควรติดตามต่อไป ได้แก่ การเปิดตัวรถยนต์ตามแผนครึ่งปีหลัง และความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมายการส่งออกปี 2026 ที่ปรับเพิ่มแล้ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ข่าวเพิ่มเติมจาก FinanceVelix

ข้อจำกัดความรับผิด

บทความนี้จาก FinanceVelix ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษีที่ปรับให้เหมาะกับบุคคล ราคาตลาด อัตราดอกเบี้ย และภาวะเศรษฐกิจอาจเปลี่ยนแปลงได้ การลงทุนมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน ข้อเท็จจริงสะท้อนข้อมูลที่มีอยู่ในขณะที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลสำคัญด้วยตนเองและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเมื่อจำเป็น การกล่าวถึงสินทรัพย์ บริษัท หรือบริการใดไม่ได้หมายถึงการรับรอง