หุ้นจีนปรับตัวลดลงในวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2026 โดยหุ้นเทคโนโลยีนำตลาดขาลงก่อนสัปดาห์ที่มีการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินจากธนาคารกลางหลายแห่งและการประกาศผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ ในช่วงพักเที่ยง ดัชนี Shanghai Composite ลดลง 0.2% และดัชนีหุ้นบลูชิป CSI300 ลดลง 0.5% ขณะที่ดัชนีหุ้นเติบโตและดัชนีเทคโนโลยีปรับตัวลดลงมากกว่า
ประเด็นสำคัญ
- หุ้นเทคโนโลยีและการสื่อสารปรับตัวลดลงมากกว่าดัชนีอ้างอิงของตลาดจีนแผ่นดินใหญ่
- ตลาดโดยรวมของฮ่องกงปรับตัวขึ้น แม้หุ้นเทคโนโลยีจะอ่อนตัว
- การประชุมธนาคารกลางและผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยังเป็นกำหนดการสำคัญของสัปดาห์นี้
สารบัญ
- หุ้นจีนสะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างกลุ่มเทคโนโลยี
- ความกังวลในประเทศเกิดขึ้นหลังตลาดผันผวนตลอดสัปดาห์
- กำหนดการอัดแน่นด้วยการตัดสินใจด้านนโยบายและการประกาศผลประกอบการ
- บทสรุป
หุ้นจีนสะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างกลุ่มเทคโนโลยี
ดัชนี ChiNext Composite ซึ่งเน้นหุ้นเติบโต และดัชนี STAR50 ของเซี่ยงไฮ้ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าตลาดจีนแผ่นดินใหญ่โดยรวม หุ้นกลุ่มการสื่อสารอ่อนแอเป็นพิเศษ โดยดัชนี CSI 5G Communications Index ร่วงลง 3.7% ในการซื้อขายช่วงเช้า
ช่องว่างระหว่างดัชนีอ้างอิงตลาดโดยรวมกับดัชนีเทคโนโลยีแสดงให้เห็นว่าแรงขายกระจุกตัว ไม่ใช่การถอยตัวพร้อมกันทั่วทั้งตลาดหุ้นจีน ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลการซื้อขายระหว่างวัน ไม่ใช่ผลปิดตลาดของวันจันทร์
ฮ่องกงเผชิญความแตกต่างระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมในลักษณะคล้ายกัน แต่ภาพรวมตลาดแข็งแกร่งกว่า โดยดัชนี Hang Seng เพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีของฮ่องกงลดลง 0.4%
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| Shanghai Composite | ลดลง 0.2% ในช่วงพักเที่ยง |
| CSI300 | ลดลง 0.5% ในช่วงพักเที่ยง |
| ChiNext Composite | ลดลง 1.7% ในช่วงพักเที่ยง |
| STAR50 | ลดลง 1.9% ในช่วงพักเที่ยง |
| CSI 5G Communications Index | ลดลง 3.7% ในการซื้อขายช่วงเช้า |
| Hang Seng Index | เพิ่มขึ้น 0.4% ในข้อมูลการซื้อขาย ณ เวลาที่รายงาน |
ความกังวลในประเทศเกิดขึ้นหลังตลาดผันผวนตลอดสัปดาห์
การปรับตัวลดลงเกิดขึ้นหลังการซื้อขายผันผวนในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งหุ้นบลูชิปจีนบันทึกช่วงขาดทุนรายสัปดาห์ติดต่อกันที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ แม้กิจกรรมการซื้อขายในกองทุน ETF ที่นักลงทุนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐนิยมลงทุนจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับแรงขายที่อาจเชื่อมโยงกับการเก็บภาษีในภาคทรัสต์ แรงกดดันต่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่อ่อนแอลง และความผันผวนทั่วโลกที่อยู่ในระดับสูง ล้วนเร่งให้เกิดการปรับฐาน คำอธิบายเหล่านี้เป็นการประเมินของบริษัทนายหน้า ไม่ใช่สาเหตุที่ได้รับการยืนยันของการเคลื่อนไหวของดัชนีแต่ละรายการ
นักวิเคราะห์ยังกล่าวถึงประเด็นที่ว่านักลงทุนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐ หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ National Team จะเพิ่มการซื้อหุ้นในประเทศให้เห็นชัดเจนขึ้นหรือไม่ การซื้อขาย ETF ที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าการซื้อดังกล่าวเพิ่มขึ้น
กำหนดการอัดแน่นด้วยการตัดสินใจด้านนโยบายและการประกาศผลประกอบการ
ปฏิทินการประชุมนโยบายของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่าการประชุมครั้งถัดไปจะมีขึ้นในวันที่ 27–28 ตุลาคม 2026 ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีกำหนดประชุมวันที่ 29–30 ตุลาคม ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปก็มีการประชุมนโยบายในช่วงปลายสัปดาห์เช่นกัน
มีการคาดการณ์อย่างแพร่หลายว่าธนาคารกลางทั้งสามแห่งจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์เหล่านี้ไม่ใช่การประกาศมติ นักลงทุนยังประเมินความยั่งยืนของการปรับขึ้นของตลาดที่ขับเคลื่อนโดยปัญญาประดิษฐ์ ก่อนการประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่
ตลาดในภูมิภาคซบเซา ขณะที่ราคาน้ำมันอ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบหกเดือน ภาพรวมดังกล่าวทำให้นักลงทุนต้องพิจารณาแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทควบคู่ไปกับความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน
บทสรุป
หมุดหมายด้านนโยบายที่ได้รับการยืนยันครั้งถัดไปคือการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 27–28 ตุลาคม สำหรับหุ้นจีน ประเด็นที่เห็นได้ชัดในระยะใกล้ยังคงเป็นแรงกดดันที่หนักกว่าต่อหุ้นเทคโนโลยีเมื่อเทียบกับตลาดจีนแผ่นดินใหญ่โดยรวม
อ่านข่าวเพิ่มเติม
ข้อสงวนสิทธิ์
บทความนี้จาก FinanceVelix ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษีที่ปรับให้เหมาะกับบุคคล ราคาตลาด อัตราดอกเบี้ย และภาวะเศรษฐกิจอาจเปลี่ยนแปลงได้ การลงทุนมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน ข้อเท็จจริงในบทความสะท้อนข้อมูลที่มีอยู่ในเวลาที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลสำคัญด้วยตนเองและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเมื่อจำเป็น การกล่าวถึงสินทรัพย์ บริษัท หรือบริการใด ๆ ไม่ได้เป็นการรับรอง




